
หน้าหลัก Time Out Bangkok
เอดิชันภาษาไทยของมีเดียแพลตฟอร์มระดับโลกที่อัปเดตไลฟ์สไตล์คนเมืองมาตั้งแต่ปี 1968

Things to do
เขาว่ากันว่าเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนแห่งการสารภาพรัก และก็คงไม่เกินจริงนัก เมื่อทั้งเมืองพร้อมใจกันแต่งแต้มบรรยากาศโรแมนติก ตั้งแต่อีเวนต์ คอนเสิร์ต...

Things to do
กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ (19 - 22 กุมภาพันธ์)
เข้าสู่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่กรุงเทพฯ ยังคงหมุนวนไปด้วยท่วงทำนองที่หลากหลาย เริ่มต้นความสุนทรีย์สำหรับใครที่ต้องการพักใจกับ Ichiko Aoba...

Things to do
9 ไฮไลต์ห้ามพลาดโค้งสุดท้ายของงาน Bangkok Design Week 2026
ถ้าพูดถึงเทศกาลงานดีไซน์ที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ตื่นเต้นที่สุด ชื่อของ Bangkok Design Week มักจะลอยขึ้นมาเป็นชื่อแรกเสมอ ปีนี้เทศกาลกลับมาพร้อมธีม DESIGN S/O/S...

Restaurants
อัปเดตพิกัด 10 คาเฟ่หมาในกรุงเทพฯ ที่เหล่าทาสหมาต้องไปเช็กอิน
ถ้าคุณคือ ‘Dog Person’ ตัวจริง คุณจะรู้ดีว่าไม่มีอะไรเยียวยาจิตใจได้ดีไปกว่าการได้กอด เล่น หรือแค่จ้องตาเจ้าเพื่อนสี่ขาขนฟูอีกแล้ว...

Music
รวมที่สุดของ 18 ร้านแผ่นเสียงรอบกรุงเทพฯ
ในยุคที่ทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด การได้ใช้เวลาหยุดยืนอยู่หน้ากระบะแผ่นเสียง แล้วค่อยๆ ไล่นิ้วผ่านสันแผ่น ฟังเสียงสแตททิคเบาๆ ตอนเข็มเริ่มแตะร่องไวนิล...
การโฆษณา
อีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจในกรุงเทพฯ
อัปเดตข่าวล่าสุดจาก Time Out กรุงเทพฯ

Things to do
พาเจ้าตูบมาเดินถ่ายรูปเช็กอิน และสนุกให้สุดเหวี่ยงในงาน Dogue Days Out
Dogue นิตยสารแฟชั่นสุนัขสุดบูทีคที่มองว่าน้องหมาทุกตัวคือเจ้าหญิงและเจ้าชาย เตรียมจัดงานรวมพลครั้งยิ่งใหญ่ 2 วันเต็มให้เพื่อนซี่สี่ขาของคุณได้มาเดินเฉิดฉาย ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และใช้ชีวิตแบบตัวมัมให้เต็มที่
งาน Dogue Days Out จะยึดพื้นที่บริเวณ Paw Yard ของ Emsphere ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. ภายในงานมีทั้งเครื่องเล่นให้เจ้าตูบได้วิ่งซิ่งกันให้สุดพลัง มุมพักผ่อนสำหรับพ่อๆ แม่ๆ มานั่งแลกเปลี่ยนวีรกรรมสุดแสบของการเลี้ยงลูกๆ พร้อมดนตรีสดในบรรยากาศสวน และจุดถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ไม่ว่าคุณจะกดชัตเตอร์ตรงไหนก็สวยไปหมด
Photograph: Emsphere at EM District
ลิสต์รายชื่อผู้ร่วมงานครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นระดับตัวท็อปของวงการสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ นำทีมโดย เจย์ จากวง Dice ที่จะควงแขนน้องช้อยส์ คู่หูตัวจิ๋วมาปรากฏตัว พร้อมด้วยเซเลบตัวจิ๋วอย่าง มู่ทู่ และ มีทู ที่จะมาประชันความน่ารักร่วมกับเจ้าเหมียวช้าง และแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์อย่าง บ๊อบบี้ คาปิบาร่า สุดน่ารัก และนอกจากนี้ยังมีร้านโอมากะเสะสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ยกครัวมาเสิร์ฟคอร์สอาหารสุดพิเศษ เพราะเจ้าตูบสุดที่รักของทุกคน คู่ควรกับมื้ออาหารระดับพรีเมียมที่สุด
Photograph: Emsphere at EM District
นอกจากนี้ภายในงานยังมี Dogue Studio ที่ยกทัพช่างภาพชื่อดังมาสแตนด์บายรอถ่ายภาพสวยๆ ให้เจ้าตัวแสบของคุณ พร้อมด้วยเหล่าศิลปินที่จะมาวาดภาพพอร์ตเทรตคู่ระหว่างคุณและน้องๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนใครที่เดินเที่ยวจนเริ่มเหนื่อย ทีม Therapy Dog Thailand ก็มีจุด Healing Station ไว้คอยดูแลน้องหมาที่ต้องการพักเบรกเติมพลังอีกด้วย
นอกจากนี้ อย่าลืมแวะไปชม Cover Star Exhibition นิทรรศการรวมภาพสุดปังของผู้ชนะจากแคมเปญประกวดถ่ายภาพหน้าปกของ Dogue หรือจะเดินเลือกซื้อไอเทมเด็ดที่คัดมาเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ส่วนเจ้าของก็ไม่ต้องกลัวหิว เพราะมีอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกทานระหว่างรอน้องๆ เดินทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ทั่วงาน
แล้วพบกันได้ที่งาน Dogue Days Out ณ Paw Yard ชั้น G ศูนย์การค้า Emsphere งานนี้ เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Things to do
เป็นมากกว่าตลาด เมื่อเหล่าครีเอเตอร์เตรียมยึดพื้นที่ Cloud 11
ปีนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นอีกปีที่มีตลาดนัดเก๋ๆ คูลๆ ให้เราได้ปักหมุดเพิ่มอีกหนึ่งที่แล้วและต้องบอกเลยว่างานนี้มีดีกว่าแค่การเดินดูของทั่วๆ ไปแน่นอน
MEK Music and Market เตรียมยึดพื้นที่ Cloud 11 ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคมนี้ โดยจะเปลี่ยนสวนลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นพื้นที่รวมตัวของแบรนด์อิสระ ดนตรีสด และเหล่าสายสร้างสรรค์ตลอด 3 วันเต็ม บนพื้นที่กว่า 16,000 ตารางเมตร ซึ่งทางผู้จัดนิยามว่าเป็น ‘Cultural Floor’ หรือพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่รวบรวมคนทำหนัง แฟชั่น ดีไซน์เนอร์ และนักดนตรีมาไว้ในที่เดียวกัน
Photograph: pong_photographer
ทาง Cloud 11 และทีม Looker ได้คัดสรรเหล่าครีเอเตอร์อิสระและดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ ทั้งสายแฟชั่น งานดีไซน์ และงานอาร์ตแขนงต่างๆ มาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ต้องเดินเจอแต่ของซ้ำๆ เหมือนที่อื่นแน่นอน
Photograph: pong_photographer
ความพิเศษของงานนี้คือคุณจะได้เดินช็อปสินค้าและเสพงานศิลป์ท่ามกลางสวนสีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ แถมงานนี้ยังเป็น Pet-friendly ด้วยนะ เพราะฉะนั้นพาน้องหมาน้องแมวออกมาเดินเล่นรับลมด้วยกันได้เลย
โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ 15.00 - 23.00 น. ของทุกวัน ซึ่งเป็นช่วงที่แดดร่มลมตกพอดี การเดินทางก็สะดวกสุดๆ เพียงนั่ง BTS มาลงสถานีปุณณวิถี ทางออก 6 ก็ถึงเลย

Things to do
ชาวกรุงเทพฯมีเรื่องรักให้ยุ่ง มากกว่าใครในเอเชีย!
จากผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 2,600 คนทั่วภูมิภาค กรุงเทพฯ ติดท็อป 3 ถึง 4 ใน 5 ตัวชี้วัดด้านความโรแมนติก ตั้งแต่ความถี่ในการมีเซ็กซ์ การออกเดต การจีบ ไปจนถึงจำนวนคืนที่พัฒนาความสัมพันธ์ พูดง่ายๆ คือเมืองนี้ไม่ได้แค่มีคนออกไปข้างนอก แต่มีอะไรเกิดขึ้นจริง
และกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะ ‘คน’ อย่างเดียว แม้ว่าสถิติจะบอกว่าพวกเขามีเสน่ห์และเปิดรับโอกาส แต่ ‘เมือง’ เองก็มีส่วนสำคัญ ตั้งแต่บาร์ที่เซ็กซี่ที่สุดออกแบบมาให้บทสนทนาไหลลื่น หรือร้านอาหารที่เหมาะกับเดตแรก ไปจนถึงจังหวะชีวิตที่เปิดพื้นที่ให้การพบกันเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือเมืองที่ไม่ได้บังคับให้ความสัมพันธ์ต้องเกิดขึ้น แต่ทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย
แน่นอนว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อน ‘ปริมาณ’ ไม่ใช่ ‘เคมี’ เพราะแต่ละเมืองมีภาษาของแรงดึงดูดเป็นของตัวเอง บางเมืองเคลื่อนไหวเร็ว บางเมืองใช้เวลา แต่กรุงเทพฯ ชัดเจนว่าอยู่ในจังหวะที่แอกทีฟกว่าใครส่วนใหญ่
กรุงเทพฯ อยู่อันดับไหนบ้าง
อันดับ 2: สำหรับความถี่ในการมีเซ็กซ์ กรุงเทพฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 9.1 ครั้งต่อเดือน เป็นรองมาเก๊าเพียง 9.2 และมากกว่าเมืองอื่นทั้งหมดในเอเชีย
อันดับ 2: สำหรับจำนวนคืนที่นำไปสู่ความสัมพันธ์โรแมนติก เฉลี่ยอยู่ที่ 7.4 คืนต่อเดือน เป็นรองเพียงมาเก๊า แต่ยังนำหน้าเมืองใหญ่อย่างกัวลาลัมเปอร์และปักกิ่ง
อันดับ 3: สำหรับการออกเดต กรุงเทพฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 6.9 ครั้งต่อเดือน ติดท็อป 3 ของภูมิภาค
อันดับ 3: สำหรับการจีบ กรุงเทพฯ อยู่ในอันดับต้นๆ ของเอเชียในเรื่องการจีบ ไม่ใช่แค่พบกัน แต่มีการส่งสัญญาณบางอย่างต่อกันอย่างลึกซึ้ง
อันดับ 6: สำหรับแนวโน้มการพบคนที่น่าดึงดูด แม้อาจจะไม่ใช่อันดับ 1 แต่เมื่อดูจากอันดับอื่นๆ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ชัดเจนว่า ‘ไม่ปล่อยโอกาสผ่านไปเฉยๆ’
มาดูเชียงใหม่กันบ้าง
เชียงใหม่อยู่ในโซนกลางของตาราง ไม่ได้ร้อนแรงเท่ากรุงเทพฯ แต่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
อันดับ 8: สำหรับคืนที่มี potential
อันดับ 6: สำหรับความถี่ในการมีเซ็กซ์
อันดับ 11: สำหรับการออกเดต
แม้เชียงใหม่อาจไม่ใช่เมืองที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุด แต่ก็มีจังหวะของตัวเองที่น่าค้นหา
ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงอะไร?
กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เมืองที่คับคั่งไปด้วยประชากร แต่เป็นเมืองที่คน ‘ใช้ชีวิต’ ลบภาพจำว่าการเดตจำกัดอยู่แค่ดินเนอร์หรูหรา เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่โรแมนติกเกินกว่าจะใช้เวลาด้วยกันแค่สถานที่เดียว และบางครั้ง แค่การออกไปข้างนอก ก็เพียงพอให้บางอย่างเกิดขึ้น และแม้ตัวเลขจะบอกเพียงว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ตัวเลขไม่ได้บอกคือ กรุงเทพฯ ทำให้มันรู้สึกเป็นไปได้

Things to do
งานรวมตัวบีเกิลที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เตรียมยึดสวนรถไฟในเดือนมีนาคมนี้!
หากคุณมีบีเกิลอยู่ที่บ้าน วันที่ 1 มีนาคม คือวันที่เหมาะที่สุดที่จะปล่อยให้พวกเขาได้วิ่งเล่นกับเพื่อนหูใหญ่สีน้ำตาลตัวอื่นๆ
‘BKK Dog Society’ คือคอมมูนิตี้ผู้อยู่เบื้องหลังงานพบปะสุนัขยอดนิยมมากมายในกรุงเทพฯ เตรียมจัดงาน The Beagles ที่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยงานจะจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 18.30 น.
Photograph: bkkdogsociety
ภายในงานมีการจัดวางเครื่องเล่นจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วสวน เพื่อให้สุนัขของคุณได้วิ่ง กระโดด และทำความรู้จักเพื่อนใหม่ เพราะบีเกิลเป็นสุนัขที่มีพลังงานสูงมาก จึงต้องการพื้นที่กว้างเพื่อปลดปล่อยพลังเหล่านั้น และขณะที่สุนัขของคุณกำลังสนุกสนาน ก็ยังมีโซนพักผ่อนให้เจ้าของได้นั่งชิล พูดคุยกับเพื่อนๆ เจ้าของบีเกิลคนอื่นๆ พร้อมฟังดนตรีที่เปิดคลอไปตลอดช่วงบ่าย
Photograph: bkkdogsociety
นอกจากนี้ ยังมีมุมถ่ายภาพกระจายอยู่ทั่วบริเวณ สำหรับเก็บภาพโมเมนต์น่ารักๆ หรือท่าทางสุดป่วนของบีเกิลของคุณ ทางทีมงาน ‘BKK Dog Society’ ยังเตรียมของขวัญและเซอร์ไพรส์ไว้สำหรับผู้ที่มาร่วมงาน จะเป็นอะไรนั้นต้องรอเจอกันวันงาน
แม้งานจะชื่อว่า The Beagles แต่สุนัขสายพันธุ์อื่นก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน ไม่ว่าจะน้องขาสั้นหน้าไหม้อย่างปั๊ก หรือหมาแดงใหญ่ไซส์เอ็กซ์ตร้าอย่างโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ก็ต้อนรับ หรือแม้แต่คนที่ไม่มีสุนัข แต่อยากมาสัมผัสความน่ารัก ก็สามารถมาร่วมงานได้เช่นกัน
ที่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) วันที่ 1 มีนาคม เวลา 16.00 - 18.30 น. (ลงทะเบียน) เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Movies
ตามรอยสถานที่ถ่ายทำ ‘Wuthering Heights’ มหากาพย์รักกอธิคฉบับปี 2026
ถ้าคุณคิดว่า Wuthering Heights คือวรรณกรรมรักคลาสสิกที่มีแต่หมอก ทุ่งมัวร์ และความโศกเศร้าแบบผู้ดีอังกฤษ ขอต้อนรับสู่ปี 2026 ที่ เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ กำลังจะพานิยายกอธิคของ เอมิลี บรอนเต กลับมามีชีวิตอีกครั้งในเวอร์ชันที่จัดจ้านและเข็ดฟัน สมกับลายเซ็นผู้กำกับ Saltburn แบบไม่ต้องทำเป็นสุภาพ
ครั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง แคทธี (มาร์โกต์ ร็อบบี) และ ฮีทคลิฟฟ์ (เจค็อบ เอลอร์ดี) ไม่ได้ถูกเล่าด้วยความโรแมนติกแบบนุ่มนวล แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงปรารถนา ความแค้น และพลังทำลายล้างที่เหมือนพายุในยอร์กเชียร์ พายุที่เฟนเนลล์ตั้งใจจะถ่ายให้เห็นเป็นตัวละคร อีกตัวหนึ่งของเรื่อง
และถึงแม้ผู้กำกับจะตีความเรื่องนี้ผ่านสายตาวัยรุ่นที่ร้อนแรงกว่าเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่ยอมละทิ้งคือภูมิทัศน์ อันเป็นหัวใจของนิยายต้นฉบับ เพราะในโลกของบรอนเต ทุ่งมัวร์ไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง แต่มันคืออารมณ์ คือบาดแผล และคือความทรงจำที่กัดกินคนได้พอๆ กับความรัก
ตัวผู้เขียนอย่างเอมิลี บรอนเต เกิดและเสียชีวิตที่เวสต์ยอร์กเชียร์ในวัยเพียง 30 ปี และ วูเธอริง ไฮต์ส คือผลงานเพียงเล่มเดียวที่เธอฝากไว้ แต่กลับดังพอจะกลายเป็นหนึ่งในตำนานรักที่ถูกหยิบมาดัดแปลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อังกฤษ
เวอร์ชันของเฟนเนลล์เลือกใช้ทุ่งมัวร์ เนินเขา และหุบเขาแถบยอร์กเชียร์ (โดยเฉพาะนอร์ทยอร์กเชียร์) เป็นพื้นที่หลักในการจำลองโลกชนบทระหว่างบ้านในวัยเด็กของแคทธี และคฤหาสน์ทรัชครอส แกรนจ์ที่เธอแต่งงานเข้าไปอยู่ แม้จะไม่ใช่ฮาเวิร์ธ บ้านเกิดของบรอนเตแบบเป๊ะๆ แต่ก็ใกล้พอจะทำให้สายลมบนจอมีน้ำหนักแบบที่คนอ่านนิยายจำได้ทันที
และมันสมจริงกว่าเวอร์ชันปี 1939 ของ ลอเรนซ์ โอลิวิเยร์ ที่ฉากหลังดันเหมือนหลุดมาจากแคลิฟอร์เนียอยู่พอสมควร (แม้ว่าเวอร์ชันปี 2011 ของ แอนเดรีย อาร์โนลด์ จะเลือกถ่ายที่นอร์ทยอร์กเชียร์เหมือนกันก็ตาม)
ต่อไปนี้คือโลเคชันสำคัญที่คุณจะได้เห็นในภาพยนตร์
Photograph: Warner Bros.
โขดหินที่แคทธีนั่งรอฮีทคลิฟฟ์ คือ Healaugh Crag ที่ North Yorkshireหลังจากฮีทคลิฟฟ์ จากวูเธอริง ไฮต์สไป และทิ้งให้แคทธีจมอยู่กับความโหยหา ฉากเศร้าหลายช่วงของเธอถูกวางไว้บนโขดหินที่ยื่นออกมาใน Reeth Estate ใกล้กับ Richmond จุดนี้คือแนวสันเขาที่อยู่เหนือตัวบ้านในภาพยนตร์ วิวสวยแบบที่คุณยืนอยู่แล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนถึงยอมให้ความรักทำลายตัวเองได้
Photograph: Warner Bros.
ภายนอกของบ้าน Wuthering Heights ถ่ายทำที่ Old Gang Smelting Mill ใน Yorkshire Dalesบ้านที่แคทธีและฮีทคลิฟฟ์เติบโตมา ภายใต้การดูแลแบบไม่ค่อยใส่ใจนักของ มิสเตอร์เอิร์นชอว์ (มาร์ติน คลูนส์) ถ่ายทำฉากกว้างที่ Old Gang Smelting Mill ใกล้หมู่บ้าน Langthwaite ในพื้นที่นอร์ทยอร์กเชียร์และที่น่าสนใจคือสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงถลุงตะกั่วในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ก่อนจะกลายเป็นโบราณสถานระดับเกรดทูในปัจจุบัน ใครอยากไปตามรอย แนะนำให้พกบูทเดินป่าและเตรียมแผนที่ไว้ให้ดี เพราะเส้นทางไม่ได้ใจดีกับคนเมืองเท่าไหร่
Photograph: Warner Bros.
ฉากต้นไม้ถ่ายทำที่ Booze Moor ใน Yorkshire Dalesถ้าในนิยายเราจะจำภาพของแคทธีและฮีทคลิฟฟ์เป็นคู่รักที่กัดกันมากกว่ากอดกัน แต่เวอร์ชันนี้ดูเหมือนตัวผู้กำกับจะเพิ่มฉากกิจกรรมกลางแจ้งให้มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงต้นเรื่องที่จบลงด้วยฉากที่หนุ่มหล่อมาดเซอร์อุ้มเธอไปวางไว้บนกิ่งไม้ในชุดจัดเต็ม ฉากนี้ถ่ายทำที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของ Yorkshire Dales รวมถึงฉากควบม้าสุดระทึกในช่วงองก์ที่สามของเจค็อบ เอลอร์ดี ในลุค ‘Georgian fuckboy’
Photograph: Warner Bros.
ฉากภายในของ Thrushcross Grange และ Wuthering Heights ถ่ายทำที่ Leavesden Studios
สตูดิโอยักษ์ใหญ่ของ Warner Bros. นอกลอนดอน ซึ่งเป็นบ้านของ Harry Potter และ Barbie ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากภายในที่หรูหราและเซ็ตฉากอันวิจิตร ผลงานของโปรดักชั่นดีไซเนอร์ ซูซี เดวีส์ ทั้งห้องรับรองและห้องนอนของ Thrushcross Grange ไปจนถึงห้องนอนที่ทรุดโทรมและห้องครัวของ Wuthering Heights ถูกสร้างขึ้นและถ่ายทำที่นี่
Photograph: ©National Trust Images/James DobsonKnole House in Kent was used extensively in ‘Wuthering Heights’
ฉากแขวนคอและการหนีตามกันถ่ายทำที่ Knole House ใน Kent
คฤหาสน์อายุ 500 ปีของ National Trust แห่งนี้ตั้งอยู่ในสวนกวางยุคกลาง และมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีไปจนถึงพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ที่สำคัญคือ โนล เฮาส์ เป็นโลเคชันที่วงการภาพยนตร์อังกฤษใช้บ่อยมาก The Beatles เคยมาถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลง Strawberry Fields Forever ที่นี่ และภายนอกอาคารยังเคยถูกใช้เป็นพระราชวังไวท์ฮอลล์ใน Sherlock Holmes (2011) ของ กาย ริตชี สำหรับหนังเวอร์ชันนี้ เปิดด้วยฉากแขวนคอที่ถ่ายในลานบ้านของโนล และกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อใช้เป็นเมือง Gretna Green ในฉากที่ฮีทคลิฟฟ์หนีตามไปกับ อิซาเบลลา (อลิสัน โอลิเวอร์)
📍 Here’s how to visit Knole House
West Yorkshire (Bridestones Moor) ใช้ถ่ายทำฉากทุ่งกว้างอีกหนึ่งสถานที่อันสมบุกสมบันที่เป็นฉากหลังของรักอันเร่าร้อนนี้ อยู่ใกล้กับหัวใจของบรอนเต ใน West Yorkshire มากขึ้นอีกนิด Bridestones Moor เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Todmorden แหล่งเดินป่ายอดนิยมที่รู้จักกันจากหินรูปทรงประหลาดที่ถูกลมกัดเซาะมานานนับพันปี ภูมิทัศน์ที่นี่มีมรดกทางวรรณกรรมของตัวเองด้วย เพราะมันเคยถูกจารึกไว้ในบทกวี ‘Bridestones’ ของ เท็ด ฮิวจ์ส และเพื่อฉลองการเข้าฉายของหนัง
Wuthering Heights เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกแล้ววันนี้

Things to do
ได้เวลาเสนอไอเดีย สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นพื้นที่ในฝันไปด้วยกัน
จากผลงานที่ผ่านมา เราได้เห็นความตั้งใจของ กรุงเทพมหานคร ในการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Dog Park ที่สวนลุมฯ สวนแห่งใหม่ย่านสาทร หรือโครงการทางเชื่อมพื้นที่สีเขียวระหว่างสวนเบญจกิติกับสวนลุมพินี ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น เมืองที่ผู้คนอยากออกจากห้องมาสัมผัสพื้นที่สีเขียว ใช้เวลาร่วมกัน และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว และจะดียิ่งขึ้นไปอีก หากสวนเหล่านี้ถูกออกแบบจากความต้องการของผู้ใช้งานจริงอย่างพวกเรา
ถึงเวลาเปลี่ยน ‘สวนในฝัน’ ให้กลายเป็นความจริงแล้ว กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนประชาชนร่วมแชร์ไอเดียออกแบบสวน และเข้าร่วมวงสนทนาในสวนสาธารณะ 5 แห่งทั่วกรุง ซึ่งขณะนี้ได้จัดกิจกรรมไปแล้ว 2 ครั้ง เพื่อร่วมกันออกแบบ ‘สวน กทม.’ ให้เป็นพื้นที่สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ โซน pet-friendly สำหรับสัตว์เลี้ยง ลานกิจกรรม มุมพักผ่อน หรือสนามเด็กเล่น ทุกไอเดียสามารถถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยและพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้
Photograph: Lalitphat Bumrungkarn
ข้อเสนอและความคิดเห็นจากประชาชนจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและปรับปรุงสวนสาธารณะทั่วกรุงเทพฯ ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สีเขียว แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของผู้คนอย่างแท้จริง โดยสามารถเสนอไอเดียผ่านเว็บไซต์ หรือเข้าร่วมวงสนทนาในสวนต่างๆ ตามกำหนดการดังนี้ (ลงทะเบียน)
สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร บริเวณลานแอโรบิค
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 - 10.00 น.
สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย บริเวณลานต้นจามจุรี
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 - 10.00 น.
สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ เขตบางกอกน้อย (สวนบางขุนนนท์)
วันที่ 1 มีนาคม เวลา 15.00 - 17.00 น.
สามารถลงทะเบียนได้ที่: https://forms.gle/KttAN51pPmYYJs5X7
Photograph: BMA
เพราะสวนที่ดีที่สุด คือสวนที่ถูกออกแบบโดยคนที่ใช้มันจริงๆ และนี่คือโอกาสของทุกคนในการร่วมกันสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นพื้นที่ในฝันอย่างแท้จริง

Travel
Muvmi ชวนนั่งเรือชมเมืองเก่ารอบกรุงเทพฯ ฟรี!
คลองในกรุงเทพฯ มีเรื่องเล่ามากมาย เป็นเวลานับศตวรรษที่ทางน้ำเหล่านี้คือเส้นทางคมนาคมหลักของคนเมือง แต่พอเวลาผ่านไป ทุกคนกลับหันไปพึ่งพารถเมล์และรถไฟฟ้ากันหมด ตอนนี้ MuvMi เลยขอปลุกวิถีชีวิตริมน้ำให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยเรือแท็กซี่ไฟฟ้าที่จะพาคุณซิ่งเที่ยวรอบเมืองเก่าแบบฟรีๆ (ในช่วงนี้)
เส้นทางเดินเรือนี้เชื่อมต่อตั้งแต่ หัวลำโพง ไปจนถึง บางลำพู โดยจะลัดเลาะผ่านย่านสำคัญที่นักท่องเที่ยวหลายคนอาจเคยมองข้าม ตัวเรือรองรับผู้โดยสารได้ 6 ที่นั่ง และจอดรับ-ส่งทั้งหมด 14 ท่า ตลอดคลองผดุงกรุงเกษม ครอบคลุมจุดสำคัญอย่าง สถานีรถไฟหัวลำโพง (ที่เชื่อมต่อกับ MRT ได้เลย), ราชดำเนินนอก, ยศเส, กระทรวงพลังงาน, ตลาดเทเวศร์ และป้อมพระสุเมรุ
Photograph: TTA Group
นี่คือกรุงเทพฯ ในบรรยากาศที่คุณคุ้นเคย แต่พิเศษกว่าตรงที่เรือลำนี้รันด้วยระบบไฟฟ้า 100% ไร้กลิ่นควันกวนใจ คุณจะได้ล่องผ่านตึกแถวอายุนับร้อยปี และยอดหลังคาวัดที่สวยงาม ในขณะที่คนอื่นๆ อาจจะกำลังติดแหง็กอยู่บนถนนราชดำเนิน การเที่ยวทางเรือจะทำให้คุณเห็นกรุงเทพฯ ในมุมมองที่ต่างออกไป เป็นเสน่ห์ที่หลายคนลืมไปแล้วว่ายังมีอยู่
Photograph: TTA Group
โดยวิธีใช้งานก็ง่ายนิดเดียว เพียงดาวน์โหลดแอปฯ MuvMi กดเลือกโหมดเรือ จากนั้นเลือกจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางที่คุณต้องการ (เช่น หัวลำโพง ไป บางลำพู เวลาให้บริการจะเริ่มต้นที่ 09.00 – 17.00 น. ในทุกวัน
ทุกคนสามารถใช้บริการได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้น MuvMi จะเริ่มเก็บค่าบริการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยราคาจะใกล้เคียงกับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าของแบรนด์ ใครที่แพลนจะไปเดินเล่นย่านเมืองเก่ามานานแต่ยังไม่ได้ไปสักที นี่คือโอกาสดีที่จะได้เห็นกรุงเทพฯ ในแบบที่ควรจะเป็น

Things to do
Mango Art Festival กลับมาอีกครั้ง! ที่ River City Bangkok เจอกันมีนาคมนี้
นี่ไม่ใช่แค่อีกหนึ่งเทศกาลศิลปะที่เข้ามาเติมเต็มปฏิทินวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ในปีที่ 6 ของการจัดงาน Mango Art Festival ได้กลับมาในฐานะพื้นที่แห่งความคิด ผู้คน และตัวเมือง ได้ทำหน้าที่สื่อสารกันอย่างแท้จริง เปลี่ยนแรงบันดาลใจจากชีวิตประจำวันให้กลายเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การจดจำ
Photograph: Mango Art Fest
ภายใต้ธีม ‘ICON’ จัดขึ้นที่ ‘River City Bangkok’ ระหว่างวันที่ 4 - 8 มีนาคม โดยมีข้อพิสูจน์ว่าวัตถุธรรมดาและความคิดที่ผ่านเข้ามาชั่วขณะ สามารถกลายเป็นตำนานทางวัฒนธรรมได้ เมื่ออยู่ในมือของนักสร้างสรรค์ ตลอดพื้นที่ 2 ชั้นของงาน คุณจะได้พบกับศิลปะร่วมสมัยที่อยู่เคียงข้างงานออกแบบ แฟชั่น และการแสดงสด ที่พร้อมท้าทายกรอบเดิมๆ ที่ว่าเทศกาลศิลปะควรเป็นอย่างไร และที่สำคัญคือ เข้าชมฟรี
Photograph: Mango Art Fest
ไฮไลต์ของแต่ละโซนภายในงาน
Gallery Zone รวมแกลเลอรีชั้นนำ เช่น YOD TOKYO & Editions จากญี่ปุ่น, gallery. sort of. จากฟิลิปปินส์ และ A4 ART GALLERY จากมาเลเซีย
Independent Artist Zone พื้นที่จัดแสดงผลงานจากศิลปินชื่อดังอย่าง JOAN CORNELLA, Janfive Studio, Bonyuki, BGC Glass Studio, เอมอร สุรกิจโกศล และ นวัต คิวบิก (Nawat Cubic) รวมทั้งศิลปินอีกมากมาย
Newcomer Zone แนะนำศิลปินหน้าใหม่กว่า 95 คน ที่พร้อมสร้างชื่อและอาจกลายเป็นดาวรุ่งคนต่อไปในวงการ
Craft Zone นำเสนองานคราฟต์แบบดั้งเดิมนำมาตีความใหม่ด้วยมุมมองร่วมสมัยและแนวคิดด้านความยั่งยืน
Special Exhibition Zone จัดแสดงนิทรรศการพิเศษ รวมถึงผลงาน ‘Little Man’ โดย TOR และคอลเลกชันที่คัดสรรโดย ‘นิ่ม นิยมศิลป์’
Main Stage เวทีสำหรับการแสดงสดและเสวนาจากบุคคลสำคัญในหลากหลายวงการศิลปะ
เต็มอิ่มไปกับ 5 วันแห่งการสำรวจ สำหรับงาน Mango Art Festival 2026 ที่ River City Bangkok ชั้น 1 และ 2 วันที่ 4 - 8 มีนาคม เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Theater
เซ็กซ์ ผี และ ‘The Matrix’ ฉลอง 130 ปีของ ‘Regent Street Cinema’
ด้วยจำนวนโรงภาพยนตร์มากกว่า 100 แห่ง ลอนดอน จึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์สำหรับคนรักภาพยนตร์ เพียงแง้มม่านของโรงภาพยนตร์อันเป็นที่รักบางแห่ง คุณจะได้พบกับประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหลมากมาย และ ‘Regent Street Cinema’ ก็เป็นหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น
ในเดือนนี้ โรงภาพยนตร์แห่งนี้กำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี นับตั้งแต่กลายเป็นสถานที่กำเนิดของภาพยนตร์อังกฤษ ด้วยการฉายการแสดง Cinématographe ที่ปฏิวัติวงการของพี่น้องลูมิแอร์ ในปี 1896 ที่พลิกโฉมโลกแห่งความบันเทิงไปตลอดกาล
ตลอดหลายทศวรรษนับจากนั้นมา สถาบันแห่งนี้เคยจัดฉายทั้งสารคดีธรรมชาติที่ชวนถกเถียง ภาพยนตร์เรท R การแสดงละครเปลือย และแม้กระทั่งต้อนรับสมาชิกของราชวงศ์และดาวร็อกแอนด์โรล ขณะที่โรงภาพยนตร์จอเดียวอันเปล่งประกายราวกับทองคำแห่งนี้ กำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบด้วยกิจกรรมยาว 10 วัน
ในเดือนนี้ Time Out ได้พาไปสำรวจคลังเอกสารของ University of Westminster เพื่อเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังหนึ่งในโรงภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหลวงอังกฤษ
เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วเตรียมตัวออกเดินทางข้ามกาลเวลาไปด้วยกัน
Photograph: University of Westminster
การระเบิดและการทดลอง (1838 - 1862)
ในปี 1838 The Polytechnic Institution ที่ 309 Regent Street เปิดให้สาธารณชนเข้าชม และท่ามกลางการเปิดสตูดิโอถ่ายภาพแห่งแรกของยุโรปบนดาดฟ้าในปี 1841 และการเพิ่มโรงละครที่สำคัญในปี 1848 ศูนย์การศึกษาแห่งนี้ก็พัฒนาชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในฐานะศูนย์กลางของนวัตกรรมเทคโนโลยีในยุควิกตอเรีย
‘มันเหมือนกับการผสมระหว่าง Science Museum ในปัจจุบัน กับการบรรยายและห้องทดลอง’ Elaine Penn ผู้ดูแลคลังเอกสารของ University of Westminster กล่าว ‘มีการทดลองเกี่ยวกับไฟฟ้า การระเบิด และแม้กระทั่งระฆังดำน้ำ ที่สามารถบรรจุคนได้ 6 คน’
ภาพลวงตาทางแสงที่มีชื่อเสียงอย่างหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ‘Pepper’s Ghost’ ทำให้ภาพผีปรากฏบนเวที ระหว่างการแสดงคืนคริสต์มาสอีฟของ The Haunted Man ของ Charles Dickens ในปี 1862 ซึ่งเป็นลางบอกเหตุถึงอนาคตของสถานที่แห่งนี้ในฐานะวิหารของการเล่าเรื่องด้วยภาพ ‘ทุกวันนี้เรามอง CGI เป็นเรื่องปกติ’ Penn กล่าวต่อ ‘แต่สิ่งเหล่านี้ทำด้วยมือ และมันมหัศจรรย์จริงๆ’
สถานที่กำเนิดของภาพยนตร์อังกฤษ (1896)
ประวัติศาสตร์ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งในปี 1896 เมื่อพี่น้องลูมิแอร์เลือก ‘Regent Street Theatre’ เพื่อแสดงภาพยนตร์สั้น ‘Workers Leaving the Lumière Factory’ และ’ Train Pulling into a Station’ ด้วยเครื่อง Cinématographe ที่ปฏิวัติวงการของพวกเขา และนี่คือครั้งแรกที่ภาพเคลื่อนไหวถูกฉายบนจอในสหราชอาณาจักร
เรื่องเล่าว่าผู้ชมที่จ่ายเงินวิ่งหนีออกจากอาคารด้วยความตื่นตระหนกอาจเป็นเรื่องเกินจริง แต่ Polytechnic Magazine ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 1896 ก็ยืนยันถึงความน่าทึ่งนี้ ‘มันคือการถ่ายภาพที่มีชีวิต’ บทความกล่าวอย่างชื่นชม ‘เอฟเฟกต์นั้นน่ามหัศจรรย์เสียจริงๆ’ แต่การปฏิวัติไม่ได้เกิดขึ้นทันที ในปี 1899 โรงละครยังถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น รวมถึงชั้นเรียนตัดเย็บเสื้อผ้า
Photograph: University of Westminster
การปลุกใจทหาร (1899 - 1913)
ในรุ่งอรุณของศตวรรษที่ 20 โรงละครแห่งนี้กำลังสร้างสถานะของตนในฐานะ ‘หนึ่งในพื้นที่ฉายภาพยนตร์ถาวรแห่งแรกของประเทศ’ เมื่อภาพยนตร์ ‘Our Navy’ และ ‘Our Army’ ของ Alfred West ถูกฉายอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 14 ปี ตั้งแต่ปี 1899
เมื่อสงครามบูร์ครั้งที่ 2 (Second Boer War) เริ่มต้นในปีเดียวกัน ภาพยนตร์สั้นเพื่อการส่งเสริมเหล่านี้ แสดงภาพทหารระหว่างการฝึก ถูกตั้งใจเพื่อช่วยในการรับสมัครทหาร ซึ่ง West อ้างว่ามีผู้ชมมากกว่า 2 ล้านคน
Photograph: University of Westminster
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (1923 - 1931)
โปรแกรมฉายภาพยนตร์มีสีสันมากขึ้นเมื่อ ‘The Times’ ประกาศว่า ‘Polytechnic Cinema’ เป็น ‘บ้านถาวรของภาพยนตร์ท่องเที่ยว’ ในปี 1923 ‘มันกลายเป็นที่รู้จักอย่างมากสำหรับภาพยนตร์ธรรมชาติที่แสดงการสำรวจสถานที่อย่างแอฟริกาและเทือกเขาหิมาลัย’ Penn กล่าว ภาพยนตร์เหล่านั้นรวมถึง ‘Chang: The Serendipitous Screen Epic of the Jungle’ ซึ่งถ่ายทำในประเทศไทย และ ‘Climbing Mt. Everest’ และ ‘The Wonderland of Big Game’ ซึ่งถูกฉาย 280 ครั้ง ในเวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งภาพยนตร์เหล่านี้เป็นภาพยนตร์เงียบ แต่ได้รับการเสริมด้วยคำบรรยาย ดนตรี และเสียงสัตว์
Photograph: University of Westminster
สิ่งต่างๆ กลายเป็นเสียงดนตรี (1936)
การปรับปรุงครั้งใหญ่ระหว่างปี 1923 ถึง 1927 เพิ่มระเบียงโค้ง และสไตล์ art deco ในปี 1936 โรงภาพยนตร์ซื้อออร์แกน ‘John Compton’ อันมีชื่อเสียง ซึ่งยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับการแสดงรายเดือนและการบรรเลงประกอบภาพยนตร์คลาสสิก เช่น The Cabinet of Dr Caligari, The Third Man, The Ladykillers
การยกระดับขวัญกำลังใจ (1939 - 1951)
สถานที่แห่งนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Cameo News Theatre’ และต่อมาเป็น ‘Cameo Polytechnic’ โดยสร้างชื่อเสียงจากการฉายภาพยนตร์ต่างประเทศที่มีเนื้อหายั่วยวนซึ่งอยู่บน ‘เส้นแบ่งระหว่างศิลปะ และเซ็กซ์’ โปสเตอร์โปรโมทชวนตื่นเต้น ถูกใช้เพื่อดึงดูดผู้ชมให้มาชมภาพยนตร์อย่าง ‘The Secret of Mayerling’ (1949) และ ‘Minne, l'ingénue libertine’ (1950)
ในปี 1951 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อสถานที่แห่งนี้กลายเป็นแห่งแรกในสหราชอาณาจักรที่ฉายภาพยนตร์เรทอาร์ แม้ว่าในความเป็นจริง การจัดเรท ‘สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น’ ของ ‘La Vie Commence Demain’ (1950) จะฉายภาพการผ่าชำแหละสัตว์และการทำลายล้างด้วยอาวุธนิวเคลียร์ มากกว่าจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางเพศโดยตรงก็ตาม
ยุคร็อกสตาร์ (1962–1970)
ในขณะที่กลุ่มนักศึกษาของ ‘Polytechnic’ ได้สร้างวงดนตรีอย่าง ‘Pink Floyd’ ขึ้นมาในช่วงทศวรรษ 1960 ไอคอนแห่ง pop culture ตั้งแต่ ‘Keith Richards’ แห่งวง The Rolling Stones ไปจนถึงนักแสดงหญิง ‘Sharon Tate’ ต่างหลั่งไหลมายัง ‘Cameo Poly’ เพื่อเข้าร่วมงานพรีเมียร์ของภาพยนตร์ เช่น ‘Cul-de-sac’ (1966) ของผู้กำกับ ‘Roman Polanski’
นี่คือทศวรรษที่โรงภาพยนตร์แห่งนี้รุ่งเรืองในฐานะโรงหนังอาร์ตเฮาส์ที่ทันสมัย โดยในสัปดาห์หนึ่งมีการตกแต่งโถงทางเข้าให้เป็นฉากจากภาพยนตร์คลาสสิกญี่ปุ่นเรื่อง ‘Kwaidan’ (1964) และในสัปดาห์ถัดมาก็จัดแสดงผลงานของผู้กำกับสายออเตอร์ชาวอิตาลีอย่าง ‘Federico Fellini’ และ ‘Michelangelo Antonioni’
‘มันกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนมาเพื่อให้ตัวเองถูกมองเห็น’ Penn กล่าว มีบุคคลสำคัญอย่าง ‘Princess Anne’ เข้าร่วมงานพรีเมียร์รอบกาล่าของภาพยนตร์ ‘Three Sisters’ ในปี 1970 ซึ่งกำกับโดย ‘Laurence Olivier’ ด้วย
Photograph: University of Westminster
เปิดเผยออกมาให้หมด (1972–1977)
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงในช่วงกลางทศวรรษ 1970 โรงภาพยนตร์แห่งนี้ (ซึ่งถูกเรียกว่า ‘Classic Poly’ ตั้งแต่ปี 1972) ได้เปลี่ยนบทบาทเป็นโรงละคร โดยจัดแสดงละครเพลงและการแสดงที่มีเนื้อหายั่วยวน เช่น ‘Let My People Come’ ซึ่งย้ายมาจากย่าน ‘Greenwich Village’ ในนครนิวยอร์ก ‘มันเป็นการแสดงละครแบบเปลือย’ ‘Kate Fothergill’ ไกด์นำชมของ ‘Regent Street Cinema’ อธิบาย นักแสดงเปลือยกายทั้งคณะ การแสดงนี้จัดแสดงต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี และประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย สำหรับสถานที่ที่รู้จักในชื่อ ‘Regent Theatre’ ในขณะนั้น
Photograph: University of Westminster
ครบรอบหนึ่งศตวรรษที่น่าจดจำ (1996)
ในปี 1980 โรงละคร - ภาพยนตร์แห่งนี้ ถูกนำกลับมาใช้งานโดย ‘Polytechnic Institution’ อย่างเต็มรูปแบบเพื่อใช้เป็นพื้นที่การเรียนการสอน และปิดไม่ให้สาธารณชนเข้าชม และกลับมาเปิดอีกครั้งในปี 1996 สำหรับงาน ‘The Lumière Festival’ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการฉายภาพยนตร์ครั้งแรก ณ สถานที่แห่งนี้ หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมงานคือผู้กำกับ ‘Nagisa Ōshima’ จากภาพยนตร์ ‘Merry Christmas, Mr. Lawrence’ ซึ่งถูกถ่ายภาพร่วมกับตัวละคร ‘Teenage Mutant Ninja Turtle’ ขณะโปรโมทสารคดีของเขาเอง เรื่อง ‘100 Years of Japanese Cinema’
Photograph: Regent Street Cinema
การปรับโฉม (2012 - 2022)
ระหว่างปี 2012 ถึง 2015 มหาวิทยาลัย University of Westminster ได้ดำเนินการบูรณะอาคารครั้งใหญ่ทั้งหมด ด้วยงบประมาณ 6.1 ล้านปอนด์ โดยโรงภาพยนตร์ได้รับการออกแบบใหม่โดย ‘Tim Ronalds’ สถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลัง ‘Hackney Empire’ และ ‘Wilton’s Music Hall’
และในที่สุด สถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็น ‘Regent Street Cinema’ อย่างเต็มรูปแบบ โดย ‘Shira MacLeod’ อดีตผู้อำนวยการโรงภาพยนตร์ ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของเธอที่จะให้พื้นที่ฉายภาพยนตร์จอเดียวจำนวน 187 ที่นั่งแห่งนี้ ‘สนับสนุนภาพยนตร์อังกฤษ’ รวมถึงเป็นโรงภาพยนตร์แบบ repertory ที่มีการจัดโปรแกรม ‘ฉายควบสองเรื่อง’ (double-bills) ผู้กำกับและนักแสดงตั้งแต่ ‘Edgar Wright’ และ Luca Guadagnino ไปจนถึง Gary Oldman และ Daniel Craig ต่างก็เคยนั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีเหลืองหรูหราเหล่านั้น
ปัจจุบัน ‘Regent Street Cinema’ ฉายภาพยนตร์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ Wicked, Marty Supreme และ Sunset Boulevard ไปจนถึงสารคดีเกี่ยวกับ ‘The Doors’ และ ‘Pablo Picasso’ โดยมีทั้งการฉายฟิล์ม 35 มม. และระบบดิจิทัล 4K พร้อมระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 และเทคโนโลยีสมัยใหม่อื่นๆ ครบครัน
เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นวาระครบรอบ 130 ปีของการฉายภาพยนตร์ครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรก และโรงภาพยนตร์แห่งนี้ก็จัดการเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่
‘เรากำลังฉายทุกอย่าง ตั้งแต่ภาพยนตร์ของ พี่น้องลูมิแอร์ และ The General ของ Buster Keaton ไปจนถึง The Matrix และ Parasite โดยอุทิศเวลาประมาณหนึ่งวันให้กับแต่ละทศวรรษของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์’ Anna Paprocka หัวหน้าฝ่ายโปรแกรมกล่าว ‘พวกเราอาจต้องลางานทั้งสัปดาห์เพื่อดูโปรแกรมทั้งหมด!’
Photograph: Regent Street Cinema
นอกจากนี้ ยังมีตั๋วราคาเพียง 4 ปอนด์สำหรับบางอีเวนต์ เพื่อย้อนกลับไปสู่ราคาของอดีต ‘ราคานั้นสอดคล้องกับราคาตั๋วในอดีต’ Paprocka กล่าว ‘เราคำนวณจากหน่วยเงิน shilling!’ ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เหมาะไปกว่านี้ในการกลับมาค้นพบ หนึ่งในวิหารภาพยนตร์ที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของอังกฤษอีกแล้ว
การเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของ ‘Regent Street Cinema’ จะจัดขึ้นตลอดปี 2026 สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ อย่างเป็นทางการ เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมพิเศษและโปรแกรมฉายภาพยนตร์ต่างๆ

Movies
Long live cinema! เมื่อหนังของเจ้ย อภิชาติพงศ์ ได้รับการสนับสนุนจาก Prada ซีนหนังไทยอาจมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด
จากการประกาศรายชื่อโครงการ ‘Fondazione Prada Film Fund’ โดย ‘Prada’ กองทุนที่มุ่งสนับสนุนภาพยนตร์อิสระจากทั่วโลก ได้มีภาพยนตร์ไทยเรื่อง Jenjira’s Magnificent Dream ผลงานกำกับโดย ‘เจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 14 จากผลงานที่ส่งเข้าร่วมพิจารณากว่า 1,200 เรื่องทั่วโลก โปรเจกต์ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อใช้ในการผลิตภาพยนตร์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย ที่ไม่ได้เพียงได้รับการยอมรับ แต่กำลังยืนหยัดด้วยภาษาของตัวเองบนเวทีระดับสากลอย่างมั่นคง
Photograph: Jenjira’s Magnificent Dream
ชื่อของ ‘เจ้ย - อภิชาติพงศ์’ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเวทีโลก เขาเป็นผู้กำกับไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d’Or) จาก เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ จากภาพยนตร์เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ (2010) รวมถึง Jury Prize จากเรื่อง สัตว์ประหลาด! (2004) และรางวัล Un Certain Regard Prize จาก สุดเสน่หา (2002) รวมไปถึงผลงานเรื่อง Memoria นำแสดงโดย Tilda Swinton ก็ได้รับรางวัล Jury Prize จากเทศกาลเดียวกันในปี 2021 ตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในเสียงสำคัญของภาพยนตร์ร่วมสมัย
แต่เหนือกว่ารางวัลใด คือวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ยอมจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบเดิม งานของเขาผสานความจริงเข้ากับความฝัน เชื่อมโยงความทรงจำส่วนบุคคลเข้ากับประวัติศาสตร์และความเชื่อร่วม ผลลัพธ์คือภาพยนตร์ที่ไม่เพียงถูก ‘ดู’ แต่ถูก ‘รู้สึก’ ไปกับมัน
Photograph: Jenjira’s Magnificent Dream
การได้รับการสนับสนุนจาก ‘Prada’ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของผู้กำกับคนหนึ่ง แต่สะท้อนถึงพลังของซีนภาพยนตร์ไทย ที่กล้ายืนอยู่บนเส้นทางของตัวเอง และพิสูจน์ว่าเมื่อศิลปินยังคงซื่อสัตย์ต่อเสียงภายในของตนเอง งานศิลปะย่อมเดินทางไปได้ไกลกว่าพรมแดนใดๆ มาลุ้นกันว่าเราจะได้ชม ‘Jenjira’s Magnificent Dream’ เมื่อไหร่ และเรื่องราวจะได้กลิ่นความเป็นไทยมากแค่ไหน ต้องรอติดตาม
การโฆษณา
เผื่อคุณจะพลาดสิ่งนี้ไป...

Things to do
ได้รับการสนับสนุน
The 1 Exclusive เมื่อความหรูหราที่แท้จริง คือการที่มีคน คิดเผื่อไว้ให้ครบทุกย่างก้าว
ในยุคที่ความลักชูรีไม่ได้วัดกันแค่เม็ดเงิน แต่คือการดูแลแบบรู้ใจ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา The 1 Exclusive...

Things to do
THAIFEX - HOREC Asia งานที่ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์รอคอยกลับมาอีกครั้งเป็นปีที่สามในเดือนมีนาคมนี้
เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือบาร์ หลายคนอาจนึกถึงความยุ่งยากของการเริ่มต้นทำธุรกิจ การหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้...

Restaurants
ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่ซ่อนตัวในโกดังลับย่านตลาดน้อย กับการปรุงที่นิยามใหม่จากวัตถุดิบไทยแท้
ใครจะไปเชื่อว่าท่ามกลางความขลังของย่านเมืองเก่าอย่าง ‘ตลาดน้อย’ บนชั้น 4 ของโกดัง The Warehouse Talad Noi จะมีโลกอีกใบซ่อนตัวอยู่ Electric Sheep...

Travel
ได้รับการสนับสนุน
โรงแรมปราสาทเทพนิยายแห่งเขาใหญ่ที่น่าจับตามอง กลับมาพร้อมกับบรรยากาศใหม่ๆ
ทุกคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับปราสาทสไตล์ยุโรปสุดอลังการแห่ง ปราสาทที่เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย พร้อมสนามกอล์ฟและเนินเขาสวยงามที่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเขาใหญ่...

Travel
เฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุข ให้ทุกโมเมนต์ของปลายปีเปล่งประกายไปกับ COMO Metropolitan Singapore
ธันวาคม เดือนที่อากาศเริ่มเย็นลงพอให้ใจได้พักจากฝุ่นเมืองและจังหวะชีวิตที่เร่งรีบตลอดปี แสงไฟตามถนนเริ่มส่องประกาย ผู้คนค่อยๆ ผ่อนคลายจังหวะของตัวเองลง...
รีวิวร้านอาหารและคาเฟ่ในกรุงเทพฯ

Restaurants
10 ร้าน brunch ที่เหมาะสำหรับยามสายในวันอาทิตย์
เราว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่จริงจังกับบรันช์ไม่น้อย จากการคัดสรรร้านต่างๆ ทั่วทุกมุมเมือง...

Things to do
6 ร้านน่าลองย่านอารีย์ ปี 2569 ย่านที่มีแต่อะไรดีๆ เกิดขึ้นทุกวัน
ขอยกให้อารีย์เป็นหนึ่งในย่านที่จำนวนร้านเปิดใหม่แปรผันตรงกับจำนวนปี เพราะมีร้านใหม่มาให้เช็กอินแทบทุกซีซั่น ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ร้านเสื้อผ้า โรงแรม...

Restaurants
Gordon Ramsay Bread Street Kitchen & Bar ICONSIAM
หลายปีหลังจากกระแสความนิยมของรายการทำอาหารที่พุ่งสูงขึ้น เชฟหลายคนได้กลายเป็นขวัญใจของคนรักอาหารทั่วโลก และหนึ่งในนั้นคือ เชฟกอร์ดอน แรมซีย์...

Restaurants
Tapori
เมื่อพูดถึงอาหารอินเดีย ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นสตรีตฟู้ดที่พ่วงมากับรถเข็น หรือตลาดที่มีผู้คนชุกชุม...

Restaurants
โสมะ
ตั้งแต่ร้านอาหารไทยได้รับรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะมิชลินไกด์ Thailand’s Favourite Restaurant หรือ The Worlds 50 Best Restaurants...
บทสัมภาษณ์ล่าสุด

Art
กรุงเทพฯ กับทศวรรษนิวยอร์กในสายตา Jesper Haynes
นิวยอร์กคือเมืองที่ถูกบันทึกภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกตรอกซอยถูกเล่าเป็นตำนาน ทุกค่ำคืนถูกบดบังด้วยทัศนคติ แต่สิ่งที่ Jesper Haynes มอบให้กลับเงียบขึ้น...

Comedy
‘คิ้ว’ คือมงกุฎ ‘ชุด’ คือชีวิต เซเลบสี่ขา แคสเปอร์ & แคลอรี่ น้องหมาผู้สร้างมีมดังทั่วโซเชียล
ในโลกโซเชียลที่คอนเทนต์สัตว์เลี้ยงผุดขึ้นใหม่ทุกวัน มีไม่กี่เพจที่จะทำให้คนหยุดเลื่อน แล้วยอมกดติดตามโดยไม่ลังเล เพจที่เรากำลังพูถึงนั่นก็คือ...

LGBTQ+
GAWDLAND กับการโกอินเตอร์บนเวที RuPaul's Drag Race พร้อมความกล้าฉบับ Thai Gen Z
แดร็กควีนไทยเปิดใจถึงการเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในห้องเวิร์ครูม เมื่อต้องสู้กับคนทั้งโลก และค่ำคืนในสีลม
GAWDLAND กับการลงแข่ง RuPaul's Drag Race ด้วยความกล้าแบบ...
รีวิวบาร์ในกรุงเทพฯ
Nightlife
Bar.Yard โฉมใหม่ การกลับมาของรูฟท็อปสายปาร์ตี้ ที่ให้มากกว่าแค่การกินดื่ม
ใครกำลังมองหาที่แฮงเอาต์ใหม่ที่ให้มากกว่าแค่การกินดื่ม Bar.Yard บนดาดฟ้า Kimpton Maa-Lai Bangkok...
Bars
Lost in Thaislation
ข้าวมันไก่ ผัดไทย หมูสับเกี้ยมบ๊วย ข้าวเหนียวมะม่วง ทั้งหมดนี้คือชื่อเมนูค็อกเทลของร้าน Lost in Thaislation บาร์ใหม่ย่านทองหล่อโดย ‘ฝาเบียร์ - สุชาดา...
Bars
#FindTheLockerRoom
แม้จะเป็นที่รู้จักจากรางวัลการันตีคุณภาพมากมายทั้งที่มอบให้ร้านและบาร์เทนเดอร์แต่ก็ยังยืนหนึ่งเรื่องการเป็น ‘บาร์ลับ’ อยู่ดี สำหรับ...
แนะนำโรงแรมทั่วกรุงเทพฯ

Travel
Kimpton Kitalay Samui
ใครอยากหนีไปพักผ่อนเงียบๆ แต่ก็อยากเจอบรรยากาศมีชีวิตชีวาให้รู้สึกได้มาพักผ่อน เราว่าอาจจะชอบรีสอร์ทแห่งใหม่ Kimpton Kitalay Samui (คิมป์ตัน คีตาเล สมุย)...

Hotels
Capella Bangkok
โรงแรมคาเพลลา (Capella) แห่งแรกในประเทศไทยตั้งอยู่บนที่ดินผืนงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนเจริญกรุง ให้บริการห้องพัก ห้องสวีท และวิลลา 101 ห้อง...

Hotels
W Bangkok
ถ้าจะบอกว่า W Bangkok คือหนึ่งในโรงแรมหรูที่เท่ที่สุด คูลที่สุด ฮิปที่สุดในกรุงเทพฯ ก็คงไม่ผิด ตั้งแต่สถานที่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ แยกสาทร...

Hotels
Sindhorn Kempinski Hotel
สินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มของสินธรวิลเลจ ใกล้กับโรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok และห้าง Velaa เป็นโรงแรมเคมปินสกี้แห่งที่ 2...

Hotels
Kimpton Maa-Lai Bangkok
โรงแรมแห่งแรกจากแบรนด์ Kimpton ที่เข้ามาเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ทันสมัยและการผสมผสานกันอย่างลงตัวของทุกองค์ประกอบ...
Quick Meal: ดูคลิปเมนูทำง่ายจากร้านดังทั่วกรุงเทพฯ

Restaurants
พล่ากุ้งอบวุ้นเส้น
Time Out: Quick Meal คลิปนี้ ชวนเชฟเรณู หอมสมบัติ จากร้าน Saffron โรงแรม Banyan Tree กรุงเทพฯ หนึ่งในร้านอาหารที่ร่วมฉลองครบรอบ 25 ปีเบียร์ช้าง ในงาน Time Out...














